[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
องค์การบริหารส่วนตำบลอ่างทอง อ.เชียงคำ จังหวัดพะเยา
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป  
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
เมนูหลัก
ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 22 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 0 คน
ฝากข้อความ
ชื่อ :
ข้อความ

Close
:) :D :(
:o :p ;)
:| x( :~
(ตัวแสดงอารมณ์)

link banner
e-Learning

poll

   คุณคิดว่าเวปนี้เป็นอย่างไร


  1. ดีมาก
  2. ดี
  3. ปานกลาง
  4. แย่
  5. แย่มาก


blog สมาชิก
สถิติผู้เขียน blog 10 อันดับ
ajarn
[ มือใหม่ ]
3
admin
[ มือใหม่ ]
2
prayuut
[ มือใหม่ ]
2
tiptip
[ มือใหม่ ]
1
บทความ blog ล่าสุดโดย
งีบหลับเท่าไหร่ถึงจะดีที่สุดวันนี้มีคำตอบtiptip
8 ท่าอำลาเหนียง ลดคางสองชั้น เพื่อรูปหน้าสุดเป๊ะ !prayuut
วัยทำงาน เสี่ยง \"ลงพุง-ซึมเศร้า\"prayuut
Bitcoin คืออะไรajarn
ข้อมูลที่ครูต้องให้นักเรียนajarn
เช็คเครดิตบูโรสำหรับครู... เช็คได้ที่ไหน?ajarn
แผนการของ NASA ในการส่งดาวเทียมสังเกตการณ์ดวงอาทิตย์admin
ผงชูรส ที่มา-วัตถุดิบ-ประโยชน์และโทษadmin
พยากรณ์อากาศ
 


  

   เว็บบอร์ด >> ห้องนั่งเล่น >>
สั่งปิดโรงงานน้ำแข็งที่เขาค้อ 15 วัน หลังก๊าซแอมโมเนียรั่วไหล  VIEW : 40    
โดย อุอุ

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 1
ตอบแล้ว :
เพศ :
ระดับ : 1
Exp : 20%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 193.37.32.xxx

 
เมื่อ : ศุกร์์ ที่ 9 เดือน ตุลาคม พ.ศ.2563 เวลา 11:57:21    ปักหมุดและแบ่งปัน

สั่งปิดโรงงานน้ำแข็งที่เขาค้อ 15 วัน หลังก๊าซแอมโมเนียรั่วไหล
วันที่ 8 ต.ค.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่เกิดเหตุ ก๊าซแอมโมเนียจากโรงงานน้ำแข็ง ในพื้นที่หมู่ที่ 9 บ้านห้วยนา ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ได้เกิดการรั่วไหล ตั้งแต่เวลาประมาณ 12.30 น.ของวันที่ 7 ตุลาคม 2563 จนเจ้าหน้าที่ต้องระดมกำลังและใช้รถดับเพลิง รวมทั้งหุ่นยนต์ฉีดฝอยละอองน้ำ เพื่อป้องกันการฟุ้งกระจายของก๊าซ รวมทั้งได้อพยพชาวบ้านออกจากพื้นที่ในรัศมี 500 เมตร ให้ไปพักอาศัยที่วัดแคมป์สน และบ้านญาติเป็นการชั่วคราว และต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมการรั่วไหลของก๊าซแอมโมเนียได้ ในเวลา 02.30 น ของวันที่ 8 ตุลาคม 2563
ต่อมาเมื่อช่วงเช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่จากสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 3 พิษณุโลก ร่วมกับ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบูรณ์ และอำเภอเขาค้อ ได้เข้าตรวจสอบปริมาณก๊าซที่ยังตกค้างอยู่บริเวณโดยรอบ โดยใช้เครื่องมือในการตรวจวัด ซึ่งปรากฏว่า มีปริมาณก๊าซอยู่ในปริมาณที่ไม่เป็นอันตรายต่อบุคคลที่อยู่รอบข้าง แต่ทั้งนี้เจ้าหน้าที่และผู้ที่เกี่ยวข้องที่เข้าไปตรวจสอบยังต้องสวมหน้ากากอนามัย เนื่องจากยังมีกลิ่นก๊าซโชยมาอย่างต่อเนื่อง และนอกจากนั้น ต้นไม้ใบไม้ที่อยู่บริเวณโดยรอบ ก็มีลักษณะถูกเผาไหม้ ซึ่งคาดว่าน่าจะมาจากผลพวงจากก๊าซที่รั่วออกมา รวมทั้งน้ำที่ใช้ฉีดก๊าซ ได้ไหลลงสู่แหล่งกักเก็บน้ำของโรงงานน้ำแข็ง ทำให้ปลาที่อยู่ในสระน้ำ ตายเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บตัวอย่างน้ำ เพื่อนำไปตรวจสอบต่อไป สำหรับสถานการณ์โดยทั่วไป ชาวบ้านที่อพยพไปพักค้างแรมอยู่ที่วัดแคมป์สน ได้กลับเข้าบ้านตั้งแต่ช่วง 03:00 น.ที่ผ่านมาแล้ว ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น
ล่าสุด นายนิเวศน์ หาญสมุทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมเพื่อเป็นกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน พร้อมทั้งสั่งการให้นายเข็มชาติ เฉลิมแสน หัวหน้ากลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด เร่งดำเนินการหาสาเหตุการเกิด เหตุก๊าซแอมโมเนียจากโรงงานน้ำแข็งหลอดรั่วไหล รวมทั้งยังกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งทำความเข้าใจ กับประชาชนถึงแม้จะต้องใช้เวลาถึงสองสามอาทิตย์ก็ตาม เพื่อให้ความมั่นใจในการแก้ปัญหาของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อคลายความวิตกกังวลว่า ประชาชนที่พักอาศัยอยู่ใกล้โรงงานแห่งนี้จะได้รับความปลอดภัย
โดย นายเข็มชาติ เฉลิมแสน หัวหน้ากลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวว่า ก๊าซแอมโมเนียของโรงงานน้ำแข็งยั่งยืนที่รั่วไหล เกิดจากเครื่องทำน้ำแข็งขนาด 80 ตันต่อวัน ได้เกิดรอยรั่วที่หน้าแปลนของโซลินอยด์วาล์ว ซึ่งเหตุการณ์ก็ได้ระงับแล้ว แต่จากการที่เข้าตรวจสอบ ก็ได้แนะนำให้ผู้ประกอบการ คือ 1.ให้หยุดกิจการก่อน 15 วัน เพื่อที่จะให้ช่างผู้เชี่ยวชาญเข้ามาซ่อมแซมปรับปรุง และให้วิศวะกรที่เชี่ยวชาญออกหนังสือรับรองความปลอดภัย หลังจากนั้นถึงจะให้เปิดกิจการได้อีกครั้งหนึ่ง ข้อแนะนำต่อไปก็คือเราให้ทำการปรับปรุงทบทวนแผนฉุกเฉิน เพราะโรงงานประเภทนี้ต้องมีแผนฉุกเฉิน ที่มีแผนผังโรงงาน มีขั้นตอนการเผชิญเหตุต่างๆ ทำให้สมบูรณ์ครบถ้วนและยื่นให้อุตสาหกรรมพิจารณา ข้อที่ 3.ให้ขึ้นทะเบียนผู้ควบคุมระบบทำความเย็น เนื่องจากทราบว่าผู้ควบคุมคนเดิมได้ออกจากงานไปแล้ว ให้ไปสอบที่กรมโรงงานและขึ้นทะเบียนให้ถูกต้อง เพื่อที่จะสามารถบริหารจัดการเวลาเกิดเหตุฉุกเฉินได้